ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศขนาดเล็กประเทศหนึ่งในทวีปยุโรป ประเทศที่มีความสงบสวยงามมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก สวิตเซอร์แลนด์ มีเขตพรมแดนกับ ประเทศเยอรมนี ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอิตาลี ประเทศออสเตรีย และประเทศลิกเตนสไตน์ ไม่มีเขตติดกับทะเล สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศหนึ่งที่มีความเป็นกลางเมืองที่เป็นกลางโดยมีการร่วมมือกับประเทศอื่นๆเป็นอย่างมาก

สวิตเซอร์แลนด์ประกอบด้วย 70 % ถูกล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ ที่มีความสวยงามอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำสำคัญไหลผ่าน เช่น แม่น้ำไรน์ แม่น้ำโรน แม่น้ำทิซิโน และแม่น้ำอิน สันนิฐานว่ามีผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐานประมาณ 10,000 ปีมาแล้ว ซึ่งการเข้ามาตั้งถิ่นฐานโดยกลุ่มนักล่าสัตว์ซึ่งน่าจะเป็นช่วงยุคน้ำแข็งโดยเมื่อดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยแหล่งน้ำ รวมถึงภูมิประเทศที่เหมาะแก่การตั้งรกรากถิ่นฐาน โดยมนุษย์กลุ่มดังกล่าวคาดว่าเข้ามาในพื้นที่ Graubünden ในปัจจุบัน และมีการขยายอาณาเขตไปเรื่อยๆ

ในช่วงยุครุ่งเรืองของโรมันราวๆ 58 ปีก่อนคริสตกาล ชาวโรมันได้เข้ามาโจมตีและยึดดินแดนของชนเผ่าที่อาศัยอยู่จึงทำให้สวิตเซอร์แลนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งภายใต้การปกครองของชาวโรมัน ซึ่งเริ่มมีการวางผังเมืองขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเมืองแรกที่ถูกสร้างขึ้นคือ Basel, Chur ต่อมาชาวโรมันได้นำศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ในประเทศและมีการตั้งตำแหน่ง บิชอปส์ ขึ้นครั้งแรกในประเทศตามเมืองต่างๆที่มีหนึ่งคนที่ได้รับการแต่งตั้งตำแหน่งนี้ขึ้น หลังจากนั้นช่วงปลายยุคโรมันก็เริ่มเสื่อมลง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เริ่มมีการแต่งตั้งประเทศขึ้นเมื่อ 1 สิงหาคม ปี 1291 โดยมีการแบ่งมณฑลออกเป็น 13 เขต

ยุคต่างๆของสวิตเซอร์แลนด์

ในช่วงยุคแรกราว 10,000 ปีก่อนชนเผ่านักล่าสัตว์ได้เดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ขึ้น โดยอาศัยอยู่บริเวณใจกลางของประเทศซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำในปัจจุบัน ต่อมาชาวโรมันได้เข้ามายึดเขตและปกครองในยุครุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันและนำศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ในประเทศ

ราวปี 1700 ราชวงศ์ของฝรั่งเศสได้เข้ามามีบทบาท ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์นั้นได้ถูกยึดครองโดยกองทัพของนโปเลียน โดยมีการสถาปนาประเทศเป็น สาธารณรัฐเฮลเวติค และมีการรวมประเทศเข้ากับฝรั่งเศส ต่อมาประมาณปี 1804 ได้มีการลงนามให้สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่เป็นกลางทางการเมือง ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์นั้นจะเป็นเส้นแบ่งเขตแดนไม่ให้ทำสงคราม ทำให้สวิตเซอร์แลนด์นั้นมีภาษาที่ใช้ถึง 3 ภาษา คือ ภาษาเยอรมัน ภาษาฝรั่งเศส และภาษาอิตาลี

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 สวิตเซอร์แลนด์วางตัวเป็นกลางโดยไม่เข้ากับฝ่ายใดซึ่งบทบาทสำคัญของประเทศนี้เพียงส่งสภากาชาดเข้ามาช่วงเหลือ เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 สงบแล้วทำให้สวิตเซอร์แลนด์มีเศรษฐกิจที่ตกต่ำมาก และได้รับการฟื้นฟูประเทศในปี 1930 ต่อมาเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางฝ่ายนาซีของเยอรมนีได้วางแผนจะยึดประเทศเพื่อใช้เส้นทางของเทือเขาแอลป์เป็นที่ตั้งฐานทัพ แต่ทางการสวิตเซอร์แลนด์นั้นได้ประกาศเตือนนาซีว่าประชาชนทั้งหมดจะลุกขึ้นต่อต้าน เพราะทุกคนเป็นทหารกันหมดแล้วนอกจากนี้จะระเบิดถนนเส้นทางเข้า – ออก ประเทศทั้งหมดทันที ทำให้เยอรมนียกเลิกการบุกยึดดินแดนนี้ ซึ่งทำให้ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ยังคงความเป็นเอกราชไว้ตลอดช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 หลังจากปี 1945 ทางประเทศได้มีการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติขึ้น และปกครองโดยรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน

 

 

 

ทรัพยากรสำคัญของสวิตเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศหนึ่งในทวีปยุโรปที่มีลักษณะภูมิประเทศที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา มีอากาศเย็นตลอดปีรวมถึงมีแหล่งแม่น้ำที่สำคัญ ทรัพยากรที่สำคัญของประเทศสวิตเซอร์แลนด์คือ แหล่งน้ำและหินแกรนิต หินปูน ซึ่งใช้ในการก่อสร้างเท่านั้นซึ่งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติของประเทศนี้คือ

เทือกเขาแอล์ป เป็นเทือกเขาที่ใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป ครอบคลุมประเทศต่างๆเช่น ออสเตรีย, อิตาลี, สวิตเซอร์แลนด์, ลิกเตนสไตน์, เยอรมนี มีความสูงระดับ 4,807 เมตรมีหิมะปกคลุมตลอดปี ซึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้นเทือกเขาแอลป์ถือว่าเป็นแหล่งที่สำคัญที่สุดโดยเป็นแหล่งกำเนิดของน้ำจืดที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในประเทศมายาวนาน

แม่น้ำไรน์ เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดและสำคัญที่สุดในยุโรป ด้วยความยาวประมาณ 1,230 กิโลเมตรไหลผ่านประเทศสวิตเซอร์แลนด์, ลิกเตนสไตน์, ออสเตรีย, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, ลักเซมเบิร์ก, เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ โดยแม่น้ำแห่งนี้เป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญมากของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำจืดที่สำคัญที่กำเนิดมาจากเทือกเขาแอลป์ ซึ่งในอดีตชาวเมืองต่างใช้น้ำจากแม่น้ำแห่งนี้ในการ อุปโภค บริโภคต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันยังมีการนำน้ำจากแม่น้ำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนด้วย

การก่อสร้างอาคาร ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้นประกอบด้วยแร่หินที่สำคัญต่อการก่อสร้าง โดยหินนี้คือ หินแกรนิต และหินปูนซึ่งเป็นทรัพยากรจากเทือกเขาแอล์ปโดยชาวเมืองได้ทรัพยากรรธรรมชาติพวกนี้มาก่อสร้างอาคาร ที่อยู่อาศัยของชาวเมือง ในประเทศ นอกจากนี้ในอดีตหินธรรมชาติเหล่านี้สำคัญมากและมีการค้าขายหินดังกล่าวในสมัยนั้น สวิตเซอร์แลนด์ถือเป็นประกาศหนึ่งที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่ามาก จึงทำให้ประเทศนี้ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

 

 

ศิลปะแห่ง เมือง Basel

เมือง Basel เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองแห่งนี้มีประชากรประมาณ 160,000 คน เมืองแห่งนี้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ อีกทั้งมีศิลปะของอาคารและสถาปัตยกรรมที่งดงามมากในเมือง เมือง Basel ถือว่าเป็นเมืองที่เป็นจุดศูนย์กลางของอุตสาหกรรมเคมีและเภสัชภัณฑ์

เมือง Basel เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน โดยมีอาณาเขตติดกับชายแดน 2 ประเทศคือ ฝรั่งเศสและเยอรมนี เมืองแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและพิพิธภัณฑ์แกลอรี่ต่างๆในเมืองมากมาย นอกจากนี้ยังมีอาคารที่เป็นศิลปะเก่าแก่ริมแม่น้ำไรน์ ซึ่งมีความสวยงาม อาคารเหล่านี้ตั้งเป็นทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร นอกจากศิลปะ สถาปัตยกรรมที่สวยงามแล้ว ยังมีแสงสีที่สวยงามในยามค่ำคืน สำหรับ เมือง Basel นั้นประกอบด้วยศิลปะที่จัดขึ้นในพิพิธภัณฑ์ศิลปะบาเซิล ซึ่งภายในประกอบด้วยศิลปะที่มียาวนานช่วง ศตวรรษที่ 15 และ 16 รวมถึงมีภาพวาดที่มีอายุกว่า 100 ปี

นอกจากชมศิลปะภาพวาดเหล่านี้แล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์ดนตรีที่ภายในรวบรวมเครื่องดนตรีเก่าแก่กว่า 600 ชิ้น ซึ่งบางชิ้นมีอายุมากกว่า 500 ปี ซึ่งถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีการบรรยายเรื่องราวของดนตรี การละเล่น การเต้นรำในสมัยนั้น อีกทั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังตั้งอยู่บริเวณเรือนจำเก่าที่ยังคงสภาพเดิมจนปัจจุบัน นอกจากนี้จุดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคือ งานเทศกาล Basler Fasnacht เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จัดขึ้นในสวิตเซอร์แลนด์ โดยการจัดงานนี้จะเกิดขึ้นในช่วงพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งจัดขึ้น 46 วันก่อนวันอีสเตอร์ จะมีขบวนแห่ การเต้นรำ การแสดงมากมายให้นักท่องเที่ยวและชาวเมืองเยี่ยมชม เป็นเวลา 3 วัน ซึ่งมีความสนุกสนานและความบันเทิงของเมืองนี้

 

 

 

สวิตเซอร์แลนด์ แดนช็อกโกแลต

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นอกจากที่มีธรรมชาติที่สวยงาม ศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งรวมถึงเทศกาลและการละเล่นที่ยาวนาน สวิตเซอร์แลนด์ยังขึ้นชื่อเรื่องของประเทศที่ผลิตช็อกโกแลตที่มีคุณภาพมากที่สุดในโลก มีช็อกโกแลตที่มียี่ห้อดังๆมากมายเกิดขึ้นที่นี้ ช็อกโกแลตของสวิตเซอร์แลนด์จึงเป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศอื่นๆด้วย โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ วาเลนไทน์ และคริสมาสต์ ซึ่งมีการจำหน่ายช็อกโกแลตจำนวนมาก ด้วยความอร่อยของช็อกโกแลตจากสวิตเซอร์แลนด์นั้นทำให้ ประเทศนี้ขึ้นชื่อเรื่องช็อกโกแลตที่อร่อยมากๆ

ช็อกโกแลตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ถือกำเนิดมาในช่วงปี 1819 – 1820 มีการผลิตช็อกโกแลตที่มีคุณภาพกว่า 100 แบบ และหลากหลาย ด้วยคุณภาพ ความเอาใจใส่ของการผลิตช็อกโกแลตนั้นทำให้ช็อกโกแลตของสวิตเซอร์แลนด์โด่งดังไปทั่วโลก โดยช็อกโกแลตของประเทศนี้มีการแบ่งประเภทต่างๆดังนี้

ดาร์กช็อกโกแลต เป็นช็อกโกแลตรสดั้งเดิมที่ไม่ได้แต่งรสชาติมากนัก ซึ่งจะมีรสชาติขม แต่ช็อกโกแลตของสวิตเซอร์แลนด์นั้นจะเน้นที่เนื้อของช็อกโกแลตที่นุ่ม และกลิ่นหอมน่าทานเป็นช็อกโกแลตที่ไม่ทำให้อ้วนเกินไปอีกทั้ง ดาร์กช็อกโกแลตช่วยในเรื่องของการเต้นของหัวใจได้ดีขึ้นด้วย

ช็อคโกแลตนม เชื่อว่า ช็อคโกแลตนมแห่งแรกถือกำเนิดขึ้นที่นี่คือ แดเนียล ปีเตอร์ ผู้ผลิตและคิดค้นช็อกโกแลตนั้นได้รสชาติความหอมหวานมาจากนมรสช็อกโกแลต โดย ปีเตอร์ได้ทำการเพิ่มรสชาติของนมเข้าไปในช็อกโกแลตเพื่อลดความขม ต่อมาได้ผลิตช็อกโกแลตแท่งและเป็นที่นิยมมากและเป็นต้นแบบของช็อกโกแลตนมจนถึงปัจจุบันนี้

สิ่งที่ช็อกโกแลตในสวิตเซอร์แลนด์แตกต่างจากช็อกโกแลตอื่นๆ คือ นมสดที่เป็นส่วนผสมของการทำช็อกโกแลตซึ่งมีรสชาติแตกต่างจากที่อื่น โดยได้จากนมวัวสวิต ซึ่งชาวสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้นถึงจะรู้จักวิธีการทำ